Massive Open Online Course (MOOCs)
คำว่า อีเลิร์นนิง นั้นเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในวงการการศึกษา ซึ่งปัจจุบันสามารถเข้าถึงหลักสูตรการเรียนรู้ต่างๆ
ทางออนไลน์และอุปกรณ์โมบายต่างๆ ได้โดยสะดวก
เทคโนโลยีไอซีทีก้าวหน้าไปไม่หยุดยั้งก็ทำให้เทคโนโลยีด้านอีเลิร์นนิงมีการพัฒนารูปแบบและช่องทางใหม่ๆ
เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
และเทคโนโลยีด้านการศึกษาที่กำลังถูกกล่าวขวัญถึงในปัจจุบันกันอย่างมากก็คือ
“MOOC”
(อ่านว่า “มู้ก”)
Massive ผู้เรียนลงทะเบียนได้มากกว่า 10,000คน
Open ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ใครๆก็ลงทะเบียนเรียนได้
Online เรียนออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต
Course เปิดสอนได้ตลอดตามเวลาที่ต้องการได้
โดยไม่จำเป็นต้องขอรับประกาศนียบัตรผล การเรียน
การเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบออนไลน์
แบบเปิดเสรีที่ไม่ว่าใครก็ตามจากซีกไหนในโลกสามารถสมัครเข้าเรียนได้ไม่จำกัดจำนวน
โดยเฉพาะการศึกษาระดับสูงที่ในระบบการศึกษาเดิมนั้นจำกัดอยู่แต่เฉพาะคนจำนวนน้อยเท่านั้น
ตัวอย่าง Massive Open Online Course
องค์ประกอบของรายวิชา
MOOC
เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
โดยต้องมี
1.วิดีโอแบบสั้นๆหลายๆชุด เช่น
1)การพูดให้ข้อมูล
2)การยกตัวอย่างงาน
3)การทดลอง
2. เอกสารประกอบออนไลน์
3.การสนทนา
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
4.กิจกรรมออนไลน์
5.การประเมินผลการเรียน
6.การทดสอบความเขาใจ เช่น
แบบเลือกตอบ แบบจบกลม แบบประเมินตนเอง
แนวคิดที่เป็นแก่นของ
MOOC
เรียกว่า “หัวใจของ MOOC”
1. การเข้าถึง (Accessibility) : การเรียนผ่าน MOOC นั้นส่วนใหญ่จะไม่มีค่าใช้จ่าย
โดยผู้จัดทำ (มหาวิทยาลัยต่างๆ)และผู้ให้ทุนสนับสนุนเริ่มต้นด้วยแนวคิด “เราเป็นคนใจดี” (CSR) ไม่มีค่าใช้จ่าย
(หรืออาจมีค่าใช้จ่ายถ้าแลกกับปริญญาบัตรจริง)
ทำให้ใครก็ตามที่มีอินเตอร์เน็ตก็สามารถเรียนได้
2. การปฏิสัมพันธ์ (Interaction) : การเรียนผ่าน MOOC นั้นผู้เรียนไม่ได้เพียงนั่งฟังอย่างเดียว
ระหว่างดูวิดีโอไปจะมีคำถามแทรกอยู่ตลอด ทำให้ผู้เรียนต้องตั้งใจเรียนตลอดเวลา
3. เสรีภาพ (Freedom) : ผู้เรียนจะเป็นใครอยู่ที่ไหน
อายุเท่าไหร่ และมีพื้นฐานอะไรไม่สำคัญมีสิทธิเข้าเรียนได้เหมือนกันหมด
โดยสามารถเลือกวิชาที่อยากเรียนได้ตามใจชอบ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว
เส้นทางความสัมพันธ์และเงินทุนของ 4 MOOC ยอดนิยม
ก่อตั้งโดย Salman Khan ชาวอเมริกันเชื้อสายบังคลาเทศ-อินเดีย
ซึ่งเปิดสอนหัวข้อในระดับมัธยมเป็นหลักและขยายไปหลากหลาย ซึ่ง Salman Khan มีอดีตเป็นนักวิเคราะห์ของบริษัทเฮจด์ฟันด์ และเคยเรียนจบทั้ง MIT และ Harvard Business School ซึ่งบังเอิญต้องมาช่วยสอนการบ้านหลานสาวทาง
YouTube เมื่อคนดูแล้วชอบเลยได้รับการสนับสนุนจาก
มูลนิธิ Bill & Melinda Gates ถึง 5.5 ล้านเหรียญสหรัฐ และได้เงินรางวัลสนับสนุนอีกหลายแหล่ง
และตอนนี้มีวิชาให้เรียนกว่า 3,000 บทเรียนแล้ว และมีคนเช้ามาเรียนกว่า
70,000 คนทุกๆ วัน มีระบบติดตามประเมินการเรียน
และมีการให้ Badge เป็นรางวัลรับรองความสำเร็จอีกด้วย
ที่สำคัญคือไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนเรียนใดๆ ทั้งสิ้น

เป็น
MOOC ที่แสวงหากำไร
ก่อตั้งโดย Andrew Ng และ Daphne Koller โปรเฟสเซอร์ด้าน Computer Science จากมหาวิทยาลัย Stanford
โดยร่วมกับ 62 มหาวิทยาลัยและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
รวมทั้งมหาลัยชื่อดังอย่างเช่น Duke, California Institute of
Technology, University of Illinois at Urbana-Champaign เป็นต้น
ที่น่าสนใจก็คือตอนนี้มีมหาวิทยาลัยหลายประเทศทั่วโลกเข้าร่วมทั้งจากเอเชีย ยุโรป
และอาหรับ ดังนั้นการเรียนจึงมีให้เลือกหลายภาษา ได้เงินทุนสนับสนุนจากเวนเจอร์แคปิตอลมาถึง
22 ล้านเหรียญสหรัฐในปีแรก โดยทดลองรูปแบบธุรกิจในการให้บริการบุคคลากรซึ่งเป็นนักเรียนของตนเองกับบริษัทต่างๆ
เป็น
MOOC ที่แสวงหากำไรก่อตั้งโดย
Sebastian Thrun ซึ่งเป็น VP ของ
Google อาจารย์พาร์ทไทม์จากมหาวิทยาลัย Stanford
ร่วมกับPeter Norvigโดยได้ติดต่อศาสตราจารย์เก่งๆ
จากหลายมหาวิทยาลัยเข้ามาสอน ดังนั้นจึงเน้นขายชื่อผู้สอนมากกว่าชื่อมหาวิทยาลัย
โดยเน้นวิชาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ได้เงินทุนสนับสนุนจากบริษัทเวนเจอร์แคปิตอลมา 21 ล้านเหรียญสหรัฐ
เป็น
MOOC ที่ไม่แสวงหากำไร
ก่อตั้งโดยมหาวิทยาลัย Harvard และ MIT โดยทั้งสองสถาบันได้ลงเงินทุนสนับสนุนให้ถึง 60 ล้านเหรียญสหรัฐ
ตอนนี้วิชาเรียนยังมาจาก Hardvard, MIT, และ UC
Berkeley เป็นหลัก แต่ตอนนี้มีวิชาเรียนจากอีก 9 มหาวิทยาลัยเข้ามาร่วม และที่น่าสนใจคือกำลังจะมีมหาวิทยาลัยจากทางเอเชียหลายแห่ง
เช่น ปักกิ่ง, โซล, ฮ่องกง, เกียวโต และบอมเบย์ เข้าร่วม

ประเทศไทยก็มีการให้บริการความรู้ทางออนไลน์มาเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว
อย่างเช่น เว็บไซต์ ไทยกู๊ดวิวดอทคอม(Thaigoodview.com)ที่เกิดจากหน่วยงานเอกชนและรัฐบาลร่วมมือกัน,วิชาการดอทคอม(vcharkarn.com) ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(สสวท), ทรูปลูกปัญญา (trueplookpanya.com) ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด และถ้าเป็นระดับมหาวิทยาลัยทางโครงการ Thailand
Cyber University (TCU : Thaicyberu.go.th) ซึ่งเป็นโครงการภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาของรัฐ
(สกอ.) ก็ได้นำเสนอบทเรียนออนไลน์เพื่อเรียนฟรีตามอัธยาศัย (self-pace) กว่า 600 รายวิชาแล้ว
จากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมมือในโครงการนี้
และปัจจุบันทาง TCU ก็กำลังริเริ่มจะมีการเรียนการสอนในรูปแบบ
MOOC มาตรฐาน เรียกว่า Thai-MOOC โดยมีมหาวิทยาลัยที่เป็นผู้ก่อตั้งคือจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ก็หวังว่าเราจะได้เห็นบรรยากาศความตื่นตัวในการเรียนรู้ของคนไทยเพื่อเตรียมตัวต้อนรับสู่
AEC ในไม่ช้านี้
แหล่งที่มา
- http://sipaedumarket.wordpress.com/2014/04/20/mooc
- http://www.thailibrary.in.th/2014/04/01/moocs/
- http://stang.sc.mahidol.ac.th/newsletter/pdf/apr57-1.pdf